วันเสาร์ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2560
ผลกระทบจากเทคโนโลยีสารสนเทศ
ผลกระทบของเทคโนโลยีสารสนเทศเทคโนโลยีสารสนเทศ มีส่วนเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับมนุ ษย์เป็นอย่างมาก ดังนั้น เมื่อนำเทคโนโลยีมาใช้ ย่อมเกิดผลกระทบทั้งในแง่ บวกและแง่ลบ โดยแง่บวกจะมองเห็นได้ง่ ายจากสภาพแวดล้อมทั่วไป เช่น ทำงานต่าง ๆ ได้อย่างสะดวกรวดเร็ว ส่วนด้านลบคือทำให้เกิดมลพิษ
ต่าง ๆ มากมาย หรือถ้า เทคโนโลยีเหล่านั้นทำงานผิ ดพลาดในระบบสำคัญ ๆ อาจเป็นอันตรายกับชีวิตมนุษย์ ได้ ผลกระทบนี้ย่อมก่อให้เกิ ดการเปลี่ยนแปลงในการดำเนินชีวิ ตและการทำงานของมนุษย์หลาย ๆ ด้าน และต่อสถาบันที่ให้บริ การสารสนเทศ ดังนี้
ต่าง ๆ มากมาย หรือถ้า เทคโนโลยีเหล่านั้นทำงานผิ
| 1. ด้านการรักษาพยาบาล ระบบการรักษาพยาบาลทางไกล คนไข้สามารถใช้บริ 2. ด้านความสะดวกสบายในการดำเนินชี 2.1 ระบบ “การซื้อสินค้าทางไกล (Tele Shopping ) เช่น การซื้อสินค้าบนเครือข่ายอิ 2.2 ระบบธนาคารทางไกล(Tele-Banking ) ลูกค้าสามารถใช้บริการธนาคารได้ 2.3 ด้านความบันเทิง เช่นการเลือกชมภาพยนตร์ที่บ้ 2.4 ด้านการศึกษา การเรียนการสอนทางไกล(Tele- 2.5 ด้านการติดต่อสื่อสาร การใช้ไปรษณีย์อิเลคทรอนิกส์(E- 2.6 ด้านการติดตามข้อมูล ความรู้ข่าวสารเทคโนโลยีสื่ 2.7 ด้านธุรกิจ ระบบการประชุมทางไกลผ่านจอภาพ( ในส่วนที่เป็นสถาบันบริ |
คณิตศาสตร์กับอาเซียน
เรื่อง การใช้ทักษะกระบวนการทางคณิ ตศาสตร์ในงานอาชีพ
สาระสำคัญ
การประกอบอาชีพในสังคมและในกลุ่ มประชาคมอาเซียนนั้น มีหลากหลายสาขาอาชีพทั้งในด้ านอุตสาหกรรม เกษตรกรรม พณิชยกรรม ความคิดสร้างสรรค์ และการบริหารจัดการ อาชีพในวงการดังกล่าวล้วนมี การใช้ทักษะกระบวนการทางคณิ ตศาสตร์เข้าไปเกี่ยวข้องเกือบทุ กกลุ่มอาชีพ ซึ่งผู้เรียนสามารถนำความรู้ และทักษะที่ได้เรียนคณิตศาสตร์ ในระดับมัธยมศึ กษาตอนปลายมาประยุกต์ใช้
ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง
1. สามารถวิเคราะห์งานอาชีพในสั งคมและกลุ่มประชาคมอาเซียนที่ ใช้ทักษะทางคณิตศาสตร์
2. มีความสามารถในการเชื่ อมโยงความรู้ต่าง ๆ ทางคณิตศาสตร์กับงานอาชีพได้
ขอบข่ายเนื้อหา
เรื่องที่ 1 ลักษณะ ประเภทของงานอาชีพที่ใช้ทั กษะทางคณิตศาสตร์
เรื่องที่ 2 การนำความรู้ทางคณิ ตศาสตร์ไปเชื่อมโยงกับงานอาชี พในสังคมและ ประชาคมอาเซียน
เรื่องที่ ลักษณะ ประเภทของงานอาชีพที่ใช้ทั กษะทางคณิตศาสตร์
1.1 กลุ่มอาชีพเกษตรกรรม ได้แก่ อาชีพ การทำนา ทำไร่ การปลูกผัก การเลี้ยงสัตว์ ประมง ฯลฯ
(1) ลักษณะงานเบื้องต้นที่ใช้ทั กษะคณิตศาสตร์
1. การคำนวณเงินรายได้ประจำวัน
2. การคำนวณเงินค่าทำงานล่ วงเวลา
3. การคำนวณเงินกู้และดอกเบี้ ยคงที่หรือดอกเบี้ยทบต้น
4. การทำบัญชีรายรับ – รายจ่ ายประจำวัน
5. การจัดทำบัญชีพัสดุ (การจั
6. การสำรวจและวิจัยการตลาด
7. การคำนวณภาษีเงินได้บุ คคลธรรมดา
(2) เครื่องมือและเทคโนโลยีที่ ใช้
1. เครื่องคิดเลข
2. เครื่องคอมพิวเตอร์
3. เครื่องจักรอุตสาหกรรมในแต่ ละสาขาอุตสาหกรรม
4. เครื่องบรรจุภัณฑ์ลงกล่องหรื อแพ็คเป็นพลาสติกห่อหุ้ม
(3) ความรู้และทักษะทางคณิ ตศาสตร์ที่ใช้
1. การคำนวณเงินรายได้ประจำสั ปดาห์ ประจำเดือนโดยหักวันลาหยุด
2. การคำนวณเงินค่าทำงานล่ วงเวลาเป็นจำนวนชั่วโมงต่อค่าจ้ างรายชั่วโมง
3. การคำนวณเงินกู้และดอกเบี้ย (ดอกเบี้ยคงที่, ดอกเบี้ยทบต้น)
4. การทำบัญชีรับ – จ่ายประจำวั น
5. การคำนวณภาษีเงินได้บุ คคลธรรมดา
1.3 กลุ่มอาชีพพาณิชยกรรม ได้ แก่ อาชีพค้าขาย ผู้ประกอบการร้านอาหารและเครื่ องดื่ม ผู้ประกอบการขายปลีกและขายส่ง ธุรกิจการซื้อขายอสังหาริมทรั พย์ ธุรกิจการซื้อขายหุ้นในตลาดหลั กทรัพย์ อาชีพการทำบัญชี การตลาด เป็นต้น
(1) ลักษณะงานเบื้องต้นที่ใช้ทั กษะคณิตศาสตร์
1. การจัดเตรียมสถานที่ การคำนวณการจัดวางโต๊ะ เก้าอี้ หรือวัสดุอุปกรณ์ใน การขาย
2. การจัดซื้อวัตถุดิบในการค้ าขายปลีกหรือขายส่ง
3. การจำหน่ายสินค้า การคำนวณราคาสินค้าต่อหน่วย การทอนเงิน
4. การจัดทำบัญชีพัสดุ (การจั ดซื้อ การเบิกจ่ายพัสดุ)
5. การจัดทำบัญชีรับ – จ่ ายประจำวัน
6. การฝากเงิน การถอนเงิน การออมเงิน
7. การประชาสัมพันธ์ในงานธุรกิ จค้าขายหรือพาณิชยกรรม ซึ่งต้องใช้ทักษะใน การคำนวณขนาดของป้ายโฆษณา ขนาดตัวอักษร ขนาดและจำนวนแผ่นพับ หรือใบปลิวโฆษณา
8. การคำนวณภาษีเงินได้บุ คคลธรรมดา
(2) เครื่องมือและเทคโนโลยีที่ใช้
1. เครื่องคิดเลข
2. เครื่องเก็บเงิน – ทอนเงิน
3. เครื่องคอมพิวเตอร์
4. เครื่องไมโครเวฟ
5. เครื่องปั่นน้ำผลไม้
(3) ความรู้และทักษะทางคณิ ตศาสตร์ที่ใช้
1. การคำนวณขนาดของพื้นที่ใช้ สอยเพื่อจัดวาง โต๊ะ เก้าอี้หรือวัสดุ อุปกรณ์ในการขาย
2. การคำนวณปริมาณการจัดซื้อวั ตถุดิบในแต่ละวัน
3. การคำนวณในการจัดซื้อพัสดุ
4. การจัดทำบัญชีรับ – จ่ ายประจำวัน
5. การคำนวณขนาดของป้ายโฆษณา ประชาสัมพันธ์หรือแผ่นพับ แผ่นปลิวโฆษณา
6. การคำนวณภาษีเงินได้บุ คคลธรรมดา
1.4 กลุ่มอาชีพด้านความคิดสร้ างสรรค์ ได้แก่ ธุรกิจโฆษณา ธุรกิจการออกแบบตกแต่งที่อยู่ อาศัย สำนักงานและสวนหย่อม การจัดดอกไม้และแจกันประดับ ธุรกิจการทำพวงหรีด การจัดกระเช้าของขวัญ เป็นต้น
การป้องกันภัยที่เกิดกับเครื่องคอมพิวเตอร์
การป้องกันภัยทางอินเทอร์เน็ตการป้องกันภัยที่เกิดกับบุคคล
1. ไม่ควรสนทนา (Chart) กับบุคคลอื่นที่ไม่รู้จัก หรือไว้ใจได้
2. ไม่ควรใส่ชื่อที่อยู่จริงกับเว็ บที่ไม่น่าไว้ใจ
3. ระลึกอยู่เสมอว่า บุคคลที่เรารู้จักทางเว็ บอาจจะเป็นบุคคลที่ไม่พึ งประสงค์
4. ระวังตัวทุกครั้งที่มี การลงทะเบียนกับเว็บต่างๆ เพราะท่านอาจกำลังตกอยู่ ในสายตาของผู้ไม่ประสงค์ดี ที่กำลังจับตามองท่านอยู่
5. จงคิดไว้เสมอว่า ไม่มีใครยอมเสียผลประโยชน์ ถ้าไม่ได้อะไรตอบแทน
6. ทุกครั้งที่คนมาชวนสร้างรายได้ โดยทำ ธุระกรรมผ่านทางเว็บจงคิดเสมอว่ า รายได้ที่สูงเกินความจริ งอาจตกอยู่กลลวงของผู้ประสงค์ร้ าย
7. การไปพบปะกับบุคคลที่ติดต่อผ่ านทางเว็บไม่ควรไปอยู่ในที่ลั บตา ควรอยู่ในที่รโหฐาน
8. ผู้ปกครองไม่ควรปล่อยให้ลูกเข้ าเว็บที่ต้องห้าม หรือเว็บที่มีการนำเสนอภาพรุ นแรง
9. การตั้งเครื่องคอมพิวเตอร์ให้กั บลูกควรอยู่ในสายตาของผู้ปกครอง เช่นห้องรับแขก ห้องพักผ่อน
10. เมื่อเห็นบุคคลที่อยู่ไกล้ตัวท่ านมีลักษณะการดำรงชีวิตที่เปลี่ ยนไปควรรีบเสาะหาสาเหตุที่แท้ จริง เพื่อป้องกับเหตุร้ายที่จะตามมา
หลักการเขียนโครงงานคณิตศาสตร์
กิจกรรมนอกหลักสูตรวิชาคณิ ตศาสตร์ ที่เปิดโอกาสให้นักเรียนได้ศึ กษาเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ที่เกี่ยวข้องกับคณิตศาสตร์ ตามความถนัดและความสนใจ ด้วยวิธีทางวิทยาศาสตร์ อาจทำเป็นรายบุคคลหรือกลุ่มก็ ได้ เป็นการฝึกปฏิบัติงานที่นักเรี ยนหาข้อสงสัย ตั้งสมมติฐาน ทดลองและสืบสวน แล้วรวบรวมหาข้อสรุป แล้วจัดทำรายงาน และแสดงผลงานเพื่อเผยแพร่ความรู้ จากการทำโครงงาน ได้รับคำแนะนำดูแลจากอาจารย์ที่ ปรึกษา และ/หรือผู้ทรงคุณวุฒิ อาจจัดทำในเวลาเรียนหรื อนอกเวลาเรียนก็ได้
หลักการจัดกิจกรรมโครงงานคณิ ตศาสตร์ควรมีลักษณะดังนี้
1. เป็นเรื่องเกี่ยวกับคณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี ที่นำไปใช้ประโยชน์ได้
2. เป็นการเสาะแสวงหาความรู้ด้วยตั วเอง เพื่อฝึกการคิดเป็น ทำเป็น และแก้ปัญหาเป็น ด้วยวิธีทางวิทยาศาสตร์
3. ให้เสรีภาพแก่ผู้ทำโครงงานในเรื่ องที่จะทำ โดยคำนึงถึงเงินทุนที่มีอยู่ด้ วย
2. เป็นการเสาะแสวงหาความรู้ด้วยตั
3. ให้เสรีภาพแก่ผู้ทำโครงงานในเรื่
โครงงานคณิตศาสตร์อาจทำได้ หลายรูปแบบดังนี้
1. โครงงานคณิตศาสตร์ ประเภททดลอง (Experimental Research Project) โครงงานนี้เป็น
การศึกษาหาคำตอบของปั ญหาโดยการออกแบบการทดลอง และดำเนินการทดลองเพื่ อตรวจสอบสมมติฐานที่ตั้งไว้ ขั้นตอนการทำงานประกอบไปด้ วยการกำหนดปัญหา การตั้งสมมติฐาน การออกแบบการทดลอง ซึ่งจะต้องมีการควบคุมตัวแปรต่ างๆ การแปลผลและการสรุปผลการทดลอง
2. โครงงานคณิตศาสตร์ ประเภทสำรวจ (Survey Research Project) โครงงานประเภทนี้เป็นการศึ กษาและรวบรวมข้อมูลจากสิ่งแวดล้ อม ธรรมชาติ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึ กษาหาความรู้จากธรรมชาติ โดยการสำรวจและรวบรวมข้อมูลต่ างๆ นำข้อมุลมาจัดและนำเสนอในรู ปแบบต่างๆ ตามความเหมาะสม
3. โครงงานคณิตศาสตร์ประเภทพั ฒนาหรือประดิษฐ์ (Development Research Project) โครงงานประเภทนี้เป็นการพั ฒนาหรือประดิษฐ์เครื่องมือ หรืออุปกรณ์ต่างๆ โดยการประยุกต์ทฤษฎีหรือหลั กการต่างๆ ทางคณิตศาสตร์ จะเป็นการปรับปรุงอุปกรณ์เครื่ องมือที่มีอยู่แล้วให้มีประสิ ทธิภาพดีกว่าเดิม หรือเป็นการประดิษฐ์สิ่งใหม่ที่ ไม่เคยมีมาก่อน รวมทั้งเป็นการเสนอหรือปรั บแบบจำลองทางความคิดเพื่อ แก้ปัญหาปัญหาหนึ่ง
4. โครงงานคณิตศาสตร์ ประเภทการสร้างทฤษฎีหรือการอธิ บาย (Theortied Research Project) โครงงานประเภทนี้เป็นโครงงานที่ ผู้ทำจะต้องเสนอความคิดใหม่ๆ ในการอธิบายเรื่องใดเรื่องหนึ่ งอย่างมีเหตุผล มีหลักการทางคณิตศาสตร์หรื อทฤษฎีสนับสนุน หรือเป็นการอธิบายปรากฏการณ์ ในแนวใหม่ เสนอในรูปคำอธิบาย สูตร สมการ โดยมีทฤษฎีข้อมูลอื่นสนับสนุน การทำโครงงานประเภทนี้ผู้ทำจะต้ องมีพื้นความรู้ ทางคณิตศาสตร์เป็นอย่างดี จึงจะสามารถสร้างคำอธิบายหรื อทฤษฎีได้
2. โครงงานคณิตศาสตร์
3. โครงงานคณิตศาสตร์ประเภทพั
4. โครงงานคณิตศาสตร์
ขั้นตอนการทำโครงงานคณิตศาสตร์ มีดังนี้
1. การกำหนดจุดประสงค์ ก่ อนทำโครงงานต้องกำหนดจุดประสงค์ ก่อนว่า ต้องการอะไรจากโครงงานนั้น
2. การเลือกหัวข้อหรือปัญหาที่ จะศึกษา ควรให้นักเรียนเป็นผู้ คิดและเลือกด้วยตนเอง โดยคำนึงถึง ระดับความรู้ อุปกรณ์ งบประมาณ ระยะเวลา อาจารย์ที่ปรึกษา ความปลอดภัย และเอกสารอ้างอิง
3. การวางแผนในการทำโครงงาน คื อการกำหนดขอบเขตของงาน ว่าจะให้กว้างหรือแคบเพียงใด จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเขี ยนเค้าโครงของงานก่อน เพื่อวางแผนการทำงาน
3.1 ชื่อโครงงาน
3.2 ชื่อผู้ทำโครงงาน
3.3 ชื่อที่ปรึกษาโครงงาน
3.4 ที่มาและความสำคัญของโครงงาน อธิบายว่าทำไมจึงเลือกโครงงานนี้
3.5 จุดมุ่งหมายของโครงงาน
3.6 สมมติฐานทางการศึกษาค้นคว้า (ถ้ามี) สมมติฐานเป็นคำตอบที่คาดการณ์ ไว้ล่วงหน้า
3.7 วิธีดำเนินงาน
3.7.1 วัสดุอุปกรณ์ที่ต้องใช้
3.7.2 แนวการศึกษาค้นคว้า
3.8 แผนการปฏิบัติงาน อธิบายเกี่ยวกับระยะเวลาทำงานตั้ งแต่เริ่มจนจบโครงงานในแต่ละขั้ นตอน
3.9 ผลที่คาดว่าจะได้รับ
3.10 เอกสารอ้างอิง
4. การลงมือทำโครงงาน เมื่ อโครงสร้างและเค้าโครงงานผ่ านการเห็นชอบของอาจารย์ที่ปรึ กษา หรือผู้เชี่ยวชาญแล้ว นักเรียนก็เริ่มลงมื อทำตามแผนงาน ในแต่ละช่วงต้องมีการประเมิ นการทำงานเป็นระยะๆ เพื่อช่วยกันปรับปรุงแก้ไขปั ญหาที่เกิดขึ้นระหว่างปฏิบัติ งานด้วย
5. การเขียนรายงาน เป็ นการเสนอผลงานของการศึกษาค้นคว้ าเป็นเอกสาร เพื่อให้ผู้อื่นทราบปัญหาที่ศึ กษา วิธีดำเนินการศึกษา ข้อมูลที่ได้ ประโยชน์ที่ได้จากโครงงานที่ทำ ควรเขียนในรูปแบบฟอร์ม
6. การแสดงผลงาน เป็ นการเสนอผลงานต่างๆ ที่ได้ศึกษาค้นคว้ามา เพื่อให้คนอื่นได้รับรู้และเข้ าถึงโครงงาน ซึ่งอาจเป็นตาราง แผนภูมิแท่ง กราฟวงกลม กราฟ สร้างแบบจำลอง ควรเลือกนำเสนอให้เหมาะสมกั บโครงงานนั้นๆ
2. การเลือกหัวข้อหรือปัญหาที่
3. การวางแผนในการทำโครงงาน คื
3.1 ชื่อโครงงาน
3.2 ชื่อผู้ทำโครงงาน
3.3 ชื่อที่ปรึกษาโครงงาน
3.4 ที่มาและความสำคัญของโครงงาน อธิบายว่าทำไมจึงเลือกโครงงานนี้
3.5 จุดมุ่งหมายของโครงงาน
3.6 สมมติฐานทางการศึกษาค้นคว้า (ถ้ามี) สมมติฐานเป็นคำตอบที่คาดการณ์
3.7 วิธีดำเนินงาน
3.7.1 วัสดุอุปกรณ์ที่ต้องใช้
3.7.2 แนวการศึกษาค้นคว้า
3.8 แผนการปฏิบัติงาน อธิบายเกี่ยวกับระยะเวลาทำงานตั้
3.9 ผลที่คาดว่าจะได้รับ
3.10 เอกสารอ้างอิง
4. การลงมือทำโครงงาน เมื่
5. การเขียนรายงาน เป็
6. การแสดงผลงาน เป็
เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์
เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์
เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ หมายถึง เทคโนโลยีที่ถูกนำมาใช้
1. ฮาร์ดแวร์ (Hardware) คือ อุปกรณ์ ชิ้นส่วนต่าง ๆ ของคอมพิวเตอร์ รวมถึงสื่อที่ใช้ในการบันทึกข้ 2.1 ซอฟท์แวร์ระบบ ( System Software) เป็นซอฟท์แวร์ที่ 2.2 ซอฟท์แวร์ประยุกต์ (Application Software) เป็นซอฟท์แวร์สำเร็ ซอฟท์แวร์
คอมพิวเตอร์ คือ อุปกรณ์ทางอิ
อย่างไรก็ดี ไม่ว่าจะเป็นงานชนิดใดก็ตาม เครื่องคอมพิวเตอร์จะมี
|
ประยุกต์ใช้โครงงานคณิตศาสตร์การแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับเศษส่วนของพหุนาม
ระบบจำนวนจริงเป็ นระบบทางจำนวนคณิตศาสตร์และส่ วนใหญ่เป็นนามธรรมทำให้ยากต่ อการเข้าใจยากต่อ การคำนวณและในชีวิตประจำวั นของเราก็ไม่ค่อยได้นำมาใช้กั นจึงทำให้มีคนคิดพยายามค้ นหาทางทำให้ระบบจำนวนจริงนั้นง่ ายต่อการเข้าใจโดยทำสื่อขึ้ นมาในรูปแบบหลากหลายอาทิเช่น เกมชิ้นงานต่างๆที่น่าสนใจทำ ให้ผู้เรียนให้ความสำคัญกั บระบบจำนวนจริงในวิชาคณิตศาสตร์ ฝึกทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์ คณะผู้จัดทำสนใจเรื่องนี้ เพราะว่าเนื้อหาของระบบจำนวนจริ งยากต่อการเข้าใจ และน่าจะนำไปประยุกต์ใช้งานได้ จึงวางแผนร่วมกันค้นหาการประยุ กต์เกี่ยวกับระบบจำนวนจริงเพื่ อใช้ในการศึกษาระดับสูงต่อไปได้ คณะผู้จัดทำ จึงเสนอทำโครงงานนี้
จุดประสงค์
1.เพื่อศึ กษาการประยุกต์เกี่ยวกั บระบบจำนวนจริง
2.เพื่ อนำการประยุกต์ใช้งานไปศึกษาต่ อในระดับต่อไปได้
กลุ่มสาระที่เกี่ยวข้อง
1.ภาษาไทย เกี่ยวกับการใช้ภาษาไทย การอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียนสื่อความ
2.คณิตศาสตร์ เกี่ยวกับระบบจำนวนจริง
3.สังคมศึกษา เกี่ยวกับความมีวินัย และกาทำงานร่วมกันด้วยความสามั คคี
วิธีการดำเนินงาน
1.คณะทำงานประชุ มเพื่อปรึกษาและวางแผนร่วมกั นเขียนบทคัดย่อโครงงานเสนอต่ อครูประจำวิชา เพื่อแก้ไขตรวจสอบความถูกต้องก่ อนลงมือดำเนินงาน
2.คณะทำงานค้ นหาเก็บรวบรวมข้อมูลที่เชื่อถื อได้จากแหล่งข้อมูลต่างๆ เช่น ห้องสมุด สื่อสิ่งพิมพ์อิ นเทอร์เน็ต ตำรา แล้วบันทึกข้อมูลลงแฟลชไดรว์
3.คณะทำงานประชุมเพื่ อตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลที่ เก็บรวบรวมได้ ร่วมกันวิเคราะห์และสังเคราะห์ โดยสร้างสื่อที่จำเป็ นประกอบการนำเสนอโครงงาน ต่ อครูประจำวิชาหน้าชั้นเรียน
4.คณะทำงานรวบรวมงานที่ต้องส่ งใส่แฟลชไดรว์ อัพโหลดขึ้นเซิ ร์ฟเวอร์ โดยขอ
รหัสผ่านจากครู โดยให้ครู,เพื่อนและผู้ปกครอง ป ระเมินผลการทำโครงงาน
5.คณะผู้จัดทำจัดพิมพ์ เอกสารทำรูปเล่ม ส่งครูประจำวิชา
ผลที่คาดว่าจะได้รับ
1.สามารถเรียนรู้ เรื่องการประยุกต์เกี่ยวกั บระบบจำนวนจริงได้เป็นอย่างดี
2.สามารถนำการปร ะยุกต์ไปใช้ศึกษาต่อในระดับต่ อไปได้
เนื้อหาโครงงาน
ความเป็นมา
ระบบจำนวนจริ งเป็นระบบทางจำนวนคณิตศาสตร์ และส่วนใหญ่เป็นนามธรรมทำให้ ยากต่อการเข้าใจยากต่อ การคำนวณและในชีวิตประจำวั นของเราก็ไม่ค่อยได้นำมาใช้กั นจึงทำให้มีคนคิดพยายามค้ นหาทางทำให้ระบบจำนวนจริงนั้นง่ ายต่อการเข้าใจโดยทำสื่อขึ้ นมาในรูปแบบหลากหลายอาทิเช่น เกมชิ้นงานต่างๆที่น่าสนใจทำ ให้ผู้เรียนให้ความสำคัญกั บระบบจำนวนจริงในวิชาคณิตศาสตร์ ฝึกทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์ คณะผู้จัดทำสนใจเรื่องนี้ เพราะว่าเนื้อหาของระบบจำนวนจริ งยากต่อการเข้าใจ และน่าจะนำไปประยุกต์ใช้งานได้ จึงวางแผนร่วมกันค้นหาการประยุ กต์เกี่ยวกับระบบจำนวนจริงเพื่ อใช้ในการศึกษาระดับสูงต่อไปได้ คณะผู้จัดทำ จึงเสนอทำโครงงานนี้
จุดประสงค์
1.เพื่อศึ กษาการประยุกต์เกี่ยวกั บระบบจำนวนจริง
2.เพื่ อนำการประยุกต์ใช้งานไปศึกษาต่ อในระดับต่อไปได้
กลุ่มสาระที่เกี่ยวข้อง
1.ภาษาไทย เกี่ยวกับการใช้ภาษาไทย การอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียนสื่อความ
2.คณิตศาสตร์ เกี่ยวกับระบบจำนวนจริง
3.สังคมศึกษา เกี่ยวกับความมีวินัย และกาทำงานร่วมกันด้วยความสามั คคี
วิธีการดำเนินงาน
1.คณะทำงานประชุ มเพื่อปรึกษาและวางแผนร่วมกั นเขียนบทคัดย่อโครงงานเสนอต่ อครูประจำวิชา เพื่อแก้ไขตรวจสอบความถูกต้องก่ อนลงมือดำเนินงาน
2.คณะทำงานค้ นหาเก็บรวบรวมข้อมูลที่เชื่อถื อได้จากแหล่งข้อมูลต่างๆ เช่น ห้องสมุด สื่อสิ่งพิมพ์อิ นเทอร์เน็ต ตำรา แล้วบันทึกข้อมูลลงแฟลชไดรว์
3.คณะทำงานประชุมเพื่ อตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลที่ เก็บรวบรวมได้ ร่วมกันวิเคราะห์และสังเคราะห์ โดยสร้างสื่อที่จำเป็ นประกอบการนำเสนอโครงงาน ต่ อครูประจำวิชาหน้าชั้นเรียน
4.คณะทำงานรวบรวมงานที่ต้องส่ งใส่แฟลชไดรว์ อัพโหลดขึ้นเซิ ร์ฟเวอร์ โดยขอ
รหัสผ่านจากครู โดยให้ครู,เพื่อนและผู้ปกครอง ป ระเมินผลการทำโครงงาน
5.คณะผู้จัดทำจัดพิมพ์ เอกสารทำรูปเล่ม ส่งครูประจำวิชา
ผลที่คาดว่าจะได้รับ
1.สามารถเรียนรู้ เรื่องการประยุกต์เกี่ยวกั บระบบจำนวนจริงได้เป็นอย่างดี
2.สามารถนำการปร ะยุกต์ไปใช้ศึกษาต่อในระดับต่ อไปได้
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
